คนทำเว็บ ต้องรู้อะไรบ้างเพื่อทำงานให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนทำเว็บ ต้องรู้อะไรบ้าง

อย่างที่เรารู้กันว่าลูกค้าทุกคนย่อมต้องการผลงานที่มีคุณภาพ คนทำเว็บที่ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์หรือบริษัทก็ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ วันนี้เราเลยมาแอบกระซิบบอกคนที่ทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์หรือเป็นคนทำเว็บไซต์โดยตรงว่าจะทำงานให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องทำอย่างไร

ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนทำเว็บ ต้องรู้อะไรบ้าง

มากกว่าเข้าใจความต้องการของลูกค้าคือ สิ่งที่ลูกค้ากังวล

ความต้องการเป็นสิ่งแรกที่คนทำเว็บไซต์จะต้องคำนึงถึง เพราะจะทำให้คุณสามารถทำเว็บไซต์ออกมาได้ตรงกับความต้องการ แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่เคยใส่ใจนั่นก็คือ สิ่งที่ลูกค้ากังวล เพราะหากคุณรู้ จะไม่ได้ทำให้คุณสร้างงานที่แพงในสายตาของลูกค้าได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ลูกค้าอยากบอกต่อด้วยว่าผลงานนี้คุณเป็นคนทำ

ประสบการณ์ของคุณอาจใช้ไม่ได้กับลูกค้าบางคน

ลูกค้าบางคนหรือบางองค์กรนั้นมีวิธีการทำงานและทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป การนำเอาประสบการณ์ที่เคยผ่านมาของคุณมาตัดสินใจให้ลูกค้าอาจส่งผลเสียได้ ทางที่ดีคุณควรศึกษาวัฒนธรรมในการทำงานของลูกค้าด้วยเช่นกัน

รับงานจากลูกค้าหลายคนได้ แต่ต้องวางแผนให้ดี

ยิ่งรับงานจากลูกค้าหลายคน ยิ่งมีโอกาสที่คุณจะทำงานพลาดได้ง่าย ฉะนั้นการวางแผนขั้นตอนการทำงานและทำตามสิ่งที่วางเอาไว้ จึงเป็นเรื่องสำคัญของคนรับทำเว็บไซต์จากลูกค้าหลายเจ้านั่นเอง

มองข้ามเรื่องงบประมาณไป แต่หันมาใส่ใจเรื่องวิธีการมากขึ้น

หลายครั้งคนทำเว็บไซต์คำนึงถึงเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายกับการหาเครื่องมือที่ดีที่สุดมาใช้สร้างผลงานมากกว่าการหาวิธีการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า หากคุณมองให้เหนือกว่า คุณจะเห็นว่าการใช้วิธีการบางวิธีก็ทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพได้โดยไม่ต้องใช้เงินเยอะ

มีแผนสำรองเอาไว้เสมอ

แม้ว่าคุณจะรับงานทำเว็บไซต์จากลูกค้าเพียงเจ้าเดียว แต่ก็มีโอกาสที่การทำงานจะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ หากมีแผนสำรองเผื่อเอาไว้ จะทำให้งานยังคงดำเนินการต่อไปได้แบบไม่มีปัญหา

ใช้ partner หรือ connection เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

บางครั้งคุณไม่สามารถทำงานใดงานหนึ่งได้ด้วยตัวเองทั้งหมด การขอความช่วยเหลือจาก partner หรือใช้ connection ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานและแบ่งปันเป็นค่าจ้าง จึงเป็นความคิดที่ดี

เราจะเห็นได้ว่าการทำเว็บไซต์นั้นเป็นสิ่งที่ยากแล้ว แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือการทำเว็บไซต์ออกมาให้มีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของลูกค้านั่นเอง รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมลองนำวิธีที่เรานำมาฝากให้ในวันนี้ไปใช้ เพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้ลูกค้าของคุณกันนะ

คนทำเว็บ ต้องรู้อะไรบ้างเพื่อทำงานให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Share

เรียนรู้เกี่ยวกับ คนทำเว็บ กับ SEO

เรียนรู้เกี่ยวกับ คนทำเว็บ กับ SEO

เว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมในการค้นหาคำตอบและเรื่องราวของสิ่งต่าง ๆ ในไทย คือเว็บไซต์ Google ซึ่งเชื่อว่าแทบทุกคนเมื่อสนใจค้นหาข้อมูลหรือกดเลือกเข้าไปดูเว็บไซต์นั้น จะเลือกแค่ผลการค้นหาอันดับแรก ๆ ของ Google เท่านั้น ไม่เปิดไปดูถึงหน้าท้าย ๆ แน่นอน แต่การทำให้เว็บไซต์อยู่หน้าแรกของ Google แบบไม่ได้ซื้อโฆษณานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการทำให้หน้าเว็บของคุณ ให้ติดอันดับดี ๆ บนหน้าแรกของ Google กัน

การทำให้เว็บไซต์ติดในหน้าแรก ๆ แบบไม่ได้ซื้อโฆษณานั้น ทำได้ง่าย ๆ โดยการทำ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งก็คือการทำให้หน้าเว็บไซต์แสดงอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา เมื่อค้นหาบน search engine ซึ่งในที่นี้คือ Google โดยการปรับแต่งเว็บ พัฒนาเว็บ และเป็นเว็บที่ Google เห็นว่าเมื่อคนค้นหาคำนี้ เว็บนี้เหมาะสมและตรงกับคำค้นนั้น ๆ ซึ่งทาง Google ก็พัฒนาระบบ Algorithm ขึ้นมาเพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าเว็บไหนควรอยู่อันดับไหนของคำค้นหานั้น ๆ ซึ่งระบบ Algorithm มีปัจจัยมากกว่า 100 ปัจจัยในการจัดอันดับ โดยมี 5 ปัจจัยหลัก ๆ เช่น

5 ปัจจัยหลัก ๆ ของ Algorithm

Website

ปัจจัยด้านเว็บไซต์นั้นครอบคลุมทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างเว็บ ภาษาที่ใช้เขียน การรองรับของอุปกรณ์ ยิ่งรองรับกับอุปกรณ์มากยิ่งดี หมายความว่าเปิดได้ทุกอุปกรณ์ (Mobile Friendly) เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต การที่เว็บไซต์เสถียร ไม่ล่ม มีการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ เว็บไซต์ไม่มีไวรัส ความเร็วของเว็บไซต์แรงดีโหลดไว เป็นต้น

Content

ปัจจัยด้านคอนเทนต์ พูดรวม ๆ ถึงเนื้อหาทั้งหมดในหน้าเว็บไซต์ Keyword ในบทความทั้งหมด เช่น Title, Description, H1, H2, หมายถึงการมี keyword ในทุกย่อหน้า ดูจำนวนคำ ดูจำนวนตัวอักษร ดูจำนวนบทความ ที่สำคัญ ต้องเป็นบทความที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน สดใหม่ ไม่คัดลอกมาจากเว็บไซต์อื่น เป็นต้น

User Signals

เป็นในเรื่องของผู้ใช้ เช่น จำนวนครั้งที่คลิกเข้าเว็บไซต์จากหน้า Google เวลาที่คนใช้ในเว็บไซต์ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นต้น ซึ่งเราสามารถตรวจดูได้อย่างง่าย ๆ จาก Google Analytics ได้

Social Signals

ขึ้นชื่อว่าโซเชียล ก็ต้องขึ้นกับยอดการกดไลค์กดแชร์ มีการคอมเม้น บน Social Media ต่าง ๆ ทั้ง Facebook, IG, Twitter เป็นต้น

Backlinks

การที่มีลิงก์ของเว็บเราในเว็บไซต์อื่น ๆ หลายเว็บไซต์ หมายความว่า มีหลายเว็บไซต์ที่เผยแพร่ลิงก์ของเรา และมีผู้คลิกกลับมาที่เว็บไซต์หลัก และที่สำคัญเว็บไซต์ที่มีลิงก์เรานั้น ต้องเป็นเว็บไซต์ในอันดับดี มีมาตรฐาน มีผู้ติดตามจำนวนมาก มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ของเรา เป็นต้น

เมื่อเราสามารถทำให้เว็บไซต์เราติดอันดับดี ๆ หรือหน้าแรก ๆ ของ Google ได้ จะมีส่วนช่วยให้เว็บไซต์เราน่าเชื่อถือ เกิดลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และลูกค้าเก่าไม่หายไปไหนแน่นอน

5 ปัจจัยหลัก ๆ ของ Algorithm

Share

อยากมีเว็บของตัวเอง จ้างคนทำเว็บมืออาชีพหรือทำเองดี?

ข้อดีของการจ้างคนทำเว็บมืออาชีพ

ยุคนี้ องค์กร ร้านค้า บริษัท แทบทุกแห่ง ต้องมีการโฆษณา การแนะนำสินค้าและบริการผ่านเว็บไซต์เป็นพื้นฐาน เพราะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปไหนก็เห็นคนใช้งานสมาร์ทโฟนในการค้นหาสินค้าและบริการกันทั้งนั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจหลาย ๆ คนอยากมีเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ข้อมูลของสินค้าและบริการให้กับกลุ่มคนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทั่วประเทศหรือทั่วโลก แต่ไม่รู้ว่าควรจ้างคนทำเว็บหรือทำเองดีจึงจะเหมาะสมกว่ากัน รวมถึงข้อดีข้อเสียที่จะต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมมากที่สุด วันนี้เราจึงมีคำตอบในเรื่องนี้มาฝากกัน

ข้อดีของการจ้างคนทำเว็บมืออาชีพ

ได้งานคุณภาพ มีความเป็นมืออาชีพ

ได้งานรวดเร็วทันใจ

ได้งานที่หลากหลาย

มีคนดูแลให้คำปรึกษา

ได้งานที่ไม่ซ้ำแบบใคร ออกแบบสวยงาม

ข้อเสียของการจ้างคนทำเว็บมืออาชีพ

ค่าใช้จ่ายสูง

นายจ้างต้องรู้ความต้องการของตัวเองเป็นอย่างดี ปรับเปลี่ยนแก้ไขยาก และบางครั้งเสียเงินเพิ่ม

ความรู้ความเข้าใจในสินค้าและผลิตภัณฑ์น้อย

โดนเบี้ยวงานไม่เป็นไปตามข้อตกลง

งานไม่ยืดหยุ่น

อย่างไรก็ตามแต่ ก่อนที่เราจะจ้างบริษัททำเว็บหรือคนทำเว็บ ต้องดูความน่าเชื่อถือ ชัดเจน มีที่อยู่ที่แน่นอน เบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้ มีการเซ็นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่จะจ่ายเงินทุกครั้งควรมีหลักฐานยืนยัน และจ่ายตามข้อตกลง ถ้ายังไม่เป็นไปตามข้อตกลง ควรคุยให้รู้เรื่องก่อน เพราะเมื่อเราจ่ายเงินแล้ว การแก้ไขที่ตามมาอาจจะต้องเสียเงินเพิ่ม ควรคุยในข้อตกลงให้เรียบร้อย

ข้อดีของการทำเว็บไซต์เอง

มีความรู้ความเข้าใจในสินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี

ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือค่าใช้จ่ายน้อย

ยืดหยุ่น สามารถเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

อัปเดตเองได้เรื่อย ๆ

ข้อเสียของการทำเว็บไซต์เอง

ใช้เวลานาน ทำไปศึกษาไป

งานไม่มีเอกลักษณ์ เนื่องจากใช้เทมเพลตสำเร็จรูป

ไม่มีความเป็นมืออาชีพอยากมีเว็บของตัวเอง จ้างคนทำเว็บมืออาชีพหรือทำเองดี

เมื่อไหร่เราควรมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

หากธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น การใช้โซเชียลมีเดีย มาร์เก็ตติ้ง เช่น Facebook Line@ Instagram ในการประชาสัมพันธ์และโฆษณา ค้าขาย อาจจะยังเพียงพอสำหรับธุรกิจ แต่เมื่อธุรกิจอยู่ตัวแล้ว การโฆษณาในสื่อโซเชียลความน่าเชื่อถือ อาจไม่พอ ทำให้ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เป็นการลงทุนที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้น มากกว่าการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และต้องการวัดผลเพื่อวิเคราะห์การทำการตลาด เมื่อนั้นเราถึงควรมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

การตัดสินใจทั้งทำเว็บเอง หรือการจ้างคนทำเว็บ ต้องศึกษารายละเอียดเป็นอย่างมาก เพราะการทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ ต้องใช้ระยะเวลานาน ต้องแน่ใจก่อนว่าการลงทุนครั้งนี้ ทำออกมาแล้วตอบโจทย์ที่ทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น มีความน่าเชื่อถือ ยอดขายเพิ่มขึ้น จะไม่ทำให้เสียโอกาส เสียเงิน และเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

Share

Passive income รายได้หลักของ คนทำเว็บ

Passive Income คืออะไร

หากพูดถึง “เว็บไซต์” คนทำเว็บไซต์ส่วนใหญ่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือบริการ แต่เว็บไซต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าเท่านั้น เพราะมีข้อดีของการทำเว็บไซต์มีมากมาย เช่น

ช่วยเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมาย การนำเทคนิค SEO หรือ Search Engine Optimize เป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์แสดงผลขึ้นมาในหน้าแรกของ Search Engine เมื่อมีผู้คนหาคีย์เวิร์ดหลักที่ถูกใช้ในเว็บไซต์ ซึ่งการกำหนดคีย์เวิร์ดที่ดีต้องมีการค้นคว้ามาแล้วว่าเป็นคำที่มีผู้ค้นหาเยอะและการแข่งขันไม่สูงเกินไป

ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเจ้าของเว็บไซต์ เมื่อมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นส่งผลให้กำไรที่ได้จากสินค้าหรือบริการที่อยู่ในเว็บไซต์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้เว็บไซต์ยังเป็นช่องทางสร้างรายได้แบบ Passive income ให้กับคนทำเว็บเป็นช่องทางในการสร้างรายได้สำหรับคนทำเว็บที่ดีที่สุด

Passive Income คืออะไร

Passive Income คือ วิธีการหาเงินที่คนสมัยใหม่ให้ความสนใจมาก เนื่องจากเรามักได้ยินการให้ความหมายแบบผิด ๆ ของคำว่า “Passive Income” ว่าเป็นวิธีการหาเงินที่ไม่ต้องทำงาน แต่ความหมายที่แท้จริงและถูกต้องของ Passive Income คือ ช่องทางในการสร้างรายได้โดยไม่ต้องทำงานหนัก

จากความหมายของ Passive Income ข้างต้นจะเห็นว่าเรายังคงต้องทำงานเพื่อแลกกับรายได้ แต่การทำงานอย่างชาญฉลาดจะต้องทำงานเพื่อให้ได้รายได้ที่คุ้มค่าที่สุด ทำให้การทำเว็บไซต์จึง โดยรายได้ที่เกิดจากการทำเว็บไซต์มีหลายช่องทาง เช่น

การให้เช่าพื้นที่โฆษณา ในสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนทำเว็บมักใช้เป็นช่องทางสร้างรายได้แบบ Passive Income โดยการสมัคร Google AdSense

ใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาคอร์สเรียนหรือหนังสือที่เกี่ยวข้อง โดยเราอาจจัดทำขึ้นเองหรือนำของผู้อื่นมาวางไปบนเว็บไซต์ก็ได้

การนำสินค้าของผู้อื่นมาขาย ในกรณีที่คุณทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มโดยตรงแต่ไม่มีสินค้าของตัวเอง การนำสินค้าของผู้อื่นมาแสดงบนเว็บไซต์เป็นอีกวิธีที่จะช่วยสร้างกำไรจากการนำสินค้าของผู้อื่นมาขายได้เช่นกัน

รับรีวิวสินค้าหรือบริการ เมื่อเว็บไซต์ของคุณมีปริมาณการเข้าถึงเพียงพอและมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนย่อมมีแบรนด์ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้ความสนใจและติดต่อให้คุณรีวิวสินค้าให้กับแบรนด์เหล่านั้น

ในปัจจุบันการทำเว็บไซต์ไม่ได้มีความซับซ้อนและยากเหมือนกับในอดีต เนื่องจากมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นหากใครที่อยากประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน การทำเว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยสร้างรายได้แบบ Passive Income ที่น่าสนใจให้กับคนทำเว็บไซต์

Passive income รายได้หลักของ คนทำเว็บ

Share

สิ่งที่คนทำเว็บไซต์ต้องรู้เพื่อดึงดูดใจลูกค้า 2020

สิ่งที่คนทำเว็บไซต์ต้องรู้เพื่อดึงดูดใจลูกค้า 2020

การทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ในยุคปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น จำเป็นจะต้องเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับเจ้าตลาดรายเดิมและนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่หันมาทำการตลาดในระบบออนไลน์กันมากขึ้นในปี 2020

คนทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์จะต้องเรียนรู้เทคนิคใดบ้าง

1. การทำเว็บไซต์ SEO

ระบบ SEO หรือ search engine optimization เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการขายของผ่าน Google ซึ่งจะมีการจัดเรียงคุณภาพของเว็บไซต์จากด้านบนลงไปถึงด้านล่างของหน้าจอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและบริการ

หากเว็บไซต์ใดถูกแสดงขึ้นในด้านบนของหน้าจอผลลัพธ์การสืบค้นของคำสำคัญหนึ่ง ๆ ก็เท่ากับมีโอกาสที่จะได้รับการสั่งซื้อสินค้าจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น หากคุณทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ก็ต้องเรียนรู้เรื่องระบบ SEO เป็นอันดับต้น ๆ ด้วยเช่นกัน

2. การทำ SEM

การทำ SEM หรือ search engine marketing เป็นเทคนิคการตลาด ที่ต้องใช้เงินงบประมาณในการซื้อพื้นที่โฆษณาจาก Google เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณจะปรากฏสู่สายตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามแนะนำให้ทำควบคู่กับ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณถูกนำเสนอขึ้นในด้านบนของหน้าจอการสืบค้นได้ดีตลอดทั้งปีและเน้นการทำ SEM ในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันคริสต์มาส ฯลฯ ที่ผู้คนนิยมมองหาซื้อของขวัญให้แก่กันหรือช่วงเทศกาลท่องเที่ยว จะทำให้เห็นผลลัพธ์ทางด้านธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น

3. การเปิด Facebook

คนไทยนิยมใช้ Facebook เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงและแนะนำบอกต่อร้านค้าใน Facebook ได้ง่าย โดยการทำธุรกิจผ่าน Facebook นั้นจะประหยัดค่าเช่าพื้นที่โดเมนได้ด้วย

นอกจากนี้ ผู้ที่ทำเว็บไซต์ก็สามารถที่จะกระตุ้นการมองเห็นโพสต์ใหม่ ๆ ได้ ด้วยการกระตุ้นการมองเห็นผ่านระบบ Facebook ที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และควบคุมวงเงินได้ด้วยตัวคุณเองด้วย ทั้งนี้ ต้องศึกษาเรื่องของการทำเพจและเชื่อมโยงลิงก์จากเว็บไซต์กับ Facebook ด้วย

4. การประชาสัมพันธ์ผ่าน YouTube

คุณสามารถที่จะทำคลิปสั้น ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทาง YouTube ซึ่งระบบของ YouTube จะมีการแทรกโฆษณาในระบบอย่างอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้

อย่างไรก็ตาม เทคนิคการทำโฆษณาในยูทูป จำเป็นจะต้องใช้กลุ่มผู้มีแนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ที่สามารถผลิตผลงานที่น่าสนใจในเวลาไม่กี่วินาที เพื่อที่จะทำให้ผู้บริโภคจดจำและอยากซื้อสินค้าจากเว็บไซต์คุณในทันทีที่ได้เห็นโฆษณา

จะเห็นได้ว่า คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่ต้องทำสินค้าและบริการที่มีคุณภาพดีเท่านั้น ยังต้องรู้จักวิธีในการประชาสัมพันธ์ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการ จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น

คนทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์จะต้องเรียนรู้เทคนิคใดบ้าง

Share

คนทำเว็บไซต์ต้องรู้ ทำอย่างไรให้น่าดึงดูด

ต้องอ่านเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้

การทำเว็บไซต์ในปี 2019 ถือว่าต้องแข่งกันที่ฝีมือหลายด้าน เพราะคนนิยมหันมาทำการตลาดระบบออนไลน์กันมากขึ้น หากคุณต้องการให้มีคนเข้ามาในเว็บไซต์จำนวนมากและสั่งซื้อสินค้าบ่อย ๆ ก็ต้องอ่านเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้

1. ใส่ใจเป้าหมายและคุณภาพของเนื้อหา

แต่ละเว็บไซต์จะมีวัตถุประสงค์ในการทำ เช่น เป็นเว็บไซต์เพื่อการรับงานทำ SEO ก็ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำ SEO ที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้สนใจจ้างงานมีความคาดหวังที่เหมาะสม เช่น การทำ SEO ต้องใช้เวลา 2-3 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นผลชัดเจน มีการให้รายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายและการรับประกันผลลัพธ์ ฯลฯ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและใส่ใจเนื้อหาของเว็บไซต์ จะทำให้ได้รับความเชื่อถือและมีลูกค้าให้ความสนใจมากขึ้น

2. สื่อประกอบที่น่าสนใจ

นอกจากบทความประกอบเว็บไซต์แล้ว สื่อที่ใช้ประกอบเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านรู้สึกสะดุดตา และเพิ่มการจดจำได้ดี คือ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ไฟล์เสียง podcast ซึ่งคนทำเว็บไซต์ต้องศึกษาการทำอย่างลึกซึ้ง เข้าใจเรื่องของธีมและความกลมกลืนที่แต่ละหน้าในเว็บไซต์ต้องเกี่ยวโยงกันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งระบบ Google จะมีการคำนวณลำดับ SEO ให้แต่ละเว็บไซต์ตามคุณภาพของสื่อที่ผลิตด้วย โดยเฉพาะหากเป็นคลิปหรือภาพที่ทำด้วยตัวเองจะส่งผลให้ผู้คนสนใจและทำให้อันดับสืบค้นดีขึ้นตามมา

3. ให้ความสำคัญกับ Hosting

Hosting เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะทุกเว็บไซต์ต้องมีการใช้พื้นที่ server หากระบบ Hosting ไม่ตอบโจทย์กับประเภทธุรกิจ จะทำให้เสียเวลาดาวน์โหลดข้อมูลนานในชั่วโมงเร่งด่วน เพราะเกิดการแย่งทรัพยากรกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้ Hosting เดียวกันได้ โดยปัญหานี้มักเกิดกับ shared hosting หรือหากเป็นเว็บไซต์ที่ต้องการรักษาความลับของลูกค้าอย่างดี ก็ควรเลือกใช้บริการ dedicated hosting ที่มีมาตรฐานสูง ก็จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและวางใจในการใช้บริการบ่อย ๆ

4. มีการสื่อสารกับลูกค้าหลายทาง

ในเว็บไซต์ควรใช้เทคนิคหลากหลายในการให้ลูกค้าติดต่อได้ ไม่ว่าจะเป็น chatbot ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะในการทำงานแทนคน เพื่อตอบคำถามเบื้องต้น การมีระบบให้ลูกค้ารีวิวสินค้าบนเว็บไซต์ได้ตามความเป็นจริง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ารายอื่น และหากมีการทำโปรแกรมบนมือถือที่มีประสิทธิภาพสูงด้วย ก็จะยิ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่นิยมใช้งานเว็บไซต์บนโทรศัพท์มากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการทำเว็บไซต์ให้น่าสนใจ ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาชมและเพิ่มยอดการสั่งซื้อสินค้าได้ ต้องอาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ ด้านพร้อมกัน ทั้งคุณภาพของเนื้อหา ความสวยงามและการสร้างประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกับลูกค้า เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านได้แนวทางที่ดีในการทำเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จต่อไป

คนทำเว็บไซต์ต้องรู้ ทำอย่างไรให้น่าดึงดูด

Share

คนทำเว็บต้องรู้ ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ

คนทำเว็บต้องรู้ ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจ

การทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์เป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจยุคใหม่มีการแข่งขันสูง ผู้ที่ทำเว็บได้สวยและตรงใจลูกค้า มักมียอดขายที่สัมพันธ์กับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณเป็นคนทำเว็บ เราแนะนำให้อ่านบทความนี้ จะได้นำไปปรับใช้ให้ลูกค้าประทับใจเว็บไซต์ของคุณมากยิ่งขึ้น

อยากมีฐานลูกค้า สร้างความประทับใจอย่างไร

ความประทับใจแรกเห็น

มีการศึกษาพบว่า เมื่อลูกค้าเห็นภาพและตัวอักษรหน้าปกของเว็บไซต์ที่โดดเด่นและสื่อถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ แม้ในช่วงพริบตาเดียว ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกคลิกเข้ามาชม หรือกดปิดเว็บทิ้ง ดังนั้นการสร้างความประทับใจแรกพบจึงสำคัญ อาจทำให้คุณได้ลูกค้าเพิ่มและเป็นคนบอกแนะนำต่อไปเรื่อย ๆ ในเวลาเพียง 1 วินาทีก็เป็นได้

มีการอัปเดตเทรนด์แฟชั่น

ในแต่ละปี จะมีการประกาศเทรนด์แฟชั่นของสีและธีมผ่านเว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง shutterstock และแบรนด์สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ การเลือกฟอนต์ตัวอักษรและโทนสีที่ปรับไปตามเทรนด์แฟชั่นและตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เว็บไซต์ และช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าสินค้าจะมีคุณภาพสดใหม่เช่นเดียวกัน

การใช้งานผ่านมือถือ

เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์มักมาจากโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าเพื่อการหาข้อมูลหรือสั่งซื้อสินค้า ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีความสวยงาม เปิดใช้งานง่าย ไม่มีปัญหาข้อผิดพลาด เช่น เปิดภาพไม่ได้ หรือ บทความตัวอักษรผิดเพี้ยน จะทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานผ่านมือถือมีความประทับใจและบอกต่อ ทำให้ฐานลูกค้าของธุรกิจออนไลน์คุณแผ่ขยายกว้างขวางขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามการแนะนำและบอกต่อ ๆ กัน

คุณภาพของเนื้อหาและภาพ

มีการวิเคราะห์ว่าบทความและรูปภาพที่ตรงใจลูกค้าเป้าหมายจะทำให้ 4 ใน 10 คนที่ดูข้อมูลนั้น กดปุ่มแชร์และส่งต่อลิงก์ไปให้คนอื่น ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของการทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพทำให้ประหยัดเงินในการเสียค่าโฆษณาหรือ SEM น้อยลงและเท่ากับเพิ่มอันดับ SEO หรือ search engine optimization ให้ดีขึ้นได้ด้วย หากสังเกตให้ดีธุรกิจออนไลน์จำนวนมากดังในชั่วข้ามคืนเพราะการบอกต่อแบบบุคคลสู่กลุ่ม และขยายวงกว้าง จึงห้ามมองข้ามประเด็นนี้โดยเด็ดขาด

จะเห็นได้ว่า มีหลายประเด็นที่คนทำเว็บไซต์ต้องใส่ใจ ทั้งการนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ เพิ่มคุณภาพของบทความและรูปภาพ ที่มุ่งเน้นความประทับใจอย่างรวดเร็วให้แก่กลุ่มผู้อ่าน ผู้ที่ทำเว็บไซต์ยุคใหม่จำเป็นต้องมีการศึกษารูปแบบของเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จและนำมาปรับใช้กับตัวเอง อย่าลืมว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีทางเลือกมากขึ้น การสร้างเว็บไซต์ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง จึงต้องศึกษาเทคนิคใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดนิ่งด้วย

อยากมีฐานลูกค้า สร้างความประทับใจอย่างไร

Share

คนทำเว็บมือใหม่อยากให้เว็บไซต์สวยแบบมืออาชีพต้องอ่าน

รวบรวมแหล่งออกแบบเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย

การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ ซึ่งผู้หัดทำเว็บไซต์มือใหม่ต้องรู้จักเว็บไซต์ตัวช่วยที่ทำให้การตกแต่งภาพมีความสวยงามอย่างมืออาชีพในเวลาอันรวดเร็ว

เราได้รวบรวมแหล่งออกแบบเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย เพิ่มความสวยงามที่คนทำเว็บไซต์มือใหม่ต้องรู้จัก ดังนี้

1. Canva

เป็นแอปพลิเคชันและ software ที่ใช้ได้ง่ายทั้งทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ช่วยในการออกแบบภาพปก หรือสื่อเพื่อการโพสตลงในสื่อโซเชียลอย่าง Facebook ที่มีกลุ่มผู้ใช้งานเป็นวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ นับว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่กูรูการตลาดออนไลน์แนะนำให้ลองใช้งาน การันตีว่าจะได้ผลงานดีไซน์สวยงามเป็นที่พอใจแน่นอน

2. Pixlr

เป็นโปรแกรมตัดแต่งภาพแบบใช้งานง่ายเหมาะกับนักทำเว็บไซต์มือใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องรู้วิธีการใช้โปรแกรมมืออาชีพแบบ Photoshop มาก่อนเสียด้วยซ้ำ Pixlr นับว่าเป็นมือขวาของคนรักงานดีไซน์ที่ช่วยประหยัดได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน และใช้งานตกแต่งภาพต่าง ๆ ได้ดีทั้งการใช้งานบนมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

3. Coolors

เป็นแหล่งรวมโทนสี เพื่อให้นักออกแบบเว็บไซต์เลือกสีให้เข้ากับธีมสินค้าและบริการได้ง่ายยิ่งขึ้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่าสีสันช่วยสื่อความหมายและสร้างความรู้สึกร่วมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ เช่น หากทำเว็บไซต์เพื่อกลุ่ม สินค้าแฟชั่น ก็ต้องเลือกสีสันโทนฉูดฉาด สร้างความตื่นตัว หากทำเว็บไซต์จำหน่ายสินค้ากลุ่ม Organic ต้องเลือกโทนสีแนวเอิร์ธโทน Coolors มีคำตอบที่ตอบโจทย์การใช้งานของทุกเว็บไซต์ได้อย่างแน่นอนคนทำเว็บมือใหม่อยากให้เว็บไซต์สวยแบบมืออาชีพต้องอ่าน

4. Flaticon

เป็นแหล่งรวมของไอคอนน่ารัก เก๋ไก๋ มีเอกลักษณ์นับล้านรูป มีรูปแบบการดีไซน์ที่หลากหลาย จึงสามารถดาวน์โหลดมาใช้ประกอบกับคีย์เวิร์ดของสินค้าและบริการในเว็บไซต์ได้ทุกประเภท โดยไม่มีการเสียค่าบริการแต่อย่างใด เพียงแค่อ้างอิงแหล่งเว็บไซต์เท่านั้น จึงช่วยประหยัดการจ้างออกแบบไอคอน และยังได้ไอคอนดีไซน์น่ารัก ๆ ให้ปรับเปลี่ยนใช้ได้ตลอดปีไม่จำเจ

5. Stock Up

เป็นแหล่งรวมรูปภาพที่มีดีไซน์แปลกใหม่ จากช่างภาพที่เลือกมุมมองถ่ายภาพที่มีความโดดเด่น เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่ต้องการรูปถ่ายเพื่อประกอบการเขียนบทความและการทำภาพปกของเว็บไซต์ ที่เชื่อมั่นว่ารูปกว่า 3 หมื่นภาพที่ใช้ได้ฟรี จะมีที่ถูกใจให้ใช้งานได้แน่นอน

แหล่งข้อมูลที่แนะนำมาข้างต้น จะเป็นตัวช่วยสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยแบบมืออาชีพ ที่ใช้งานได้ง่าย ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย แต่มีประสิทธิภาพในการช่วยออกแบบเว็บไซต์ให้มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้คนทำเว็บไซต์มือใหม่ทุกคนเข้าไปพิสูจน์การใช้งาน และนำไปทำเว็บให้สวยงามยิ่งขึ้นต่อไป

Share

วิธีทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จ คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องอ่าน

การทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จ

การทำเว็บขายสินค้าออนไลน์ในยุคปัจจุบันมีคู่แข่งสูงมาก เนื่องจากความนิยมใช้เทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ และประกอบกับภาวะเศรษฐกิจ 2019 ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ทำให้นักธุรกิจจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและให้มียอดขายที่เพียงพอจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

การทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จ จะทำให้เพิ่มทั้งฐานลูกค้าและสามารถมีอำนาจในการแข่งขันทางธุรกิจสู้กับเว็บไซต์ใหญ่หรือเว็บไซต์น้องใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยวิธีในการทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จ มีดังนี้

1. การทำเว็บไซต์ตามระบบ SEO

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการเปรียบเทียบคุณภาพที่ Google กำหนดไว้ให้ เพื่อให้เว็บไซต์ที่ตั้งใจทำตามหลักเกณฑ์มีโอกาสถูกนำเสนอเป็นลำดับบน ๆ ในหน้าต่างการสืบค้น ซึ่งผู้ทำเว็บไซต์ทุกคน สามารถศึกษาการทำ SEO ได้ด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญทำให้ ตัวอย่างเช่น การทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพ ให้ความรู้และสาระอัพเดทใหม่แก่ผู้อ่าน โดยเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับการค้นหาจริงของลูกค้าเป้าหมาย เป็นต้น

2. การสร้างความร่วมมือระหว่างเว็บไซต์

หรือเรียกว่า การทำ Affiliate Program การอยู่รอดของธุรกิจของคุณจะดียิ่งขึ้น หากมีพันธมิตรที่ขายสินค้าในโลกออนไลน์ที่ตกลงช่วยเหลือกัน ในการนำแบนเนอร์ไปโฆษณา ซึ่งเมื่อลูกค้ามีการคลิกจากแบนเนอร์บนเว็บไซต์พันธมิตร มาที่เว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ ก็ค่อยจ่ายค่าตอบแทนตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ วิธีนี้จะทำให้เพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ มากขึ้น และทำให้มีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้นในเวลารวดเร็ว

3. การเปิดช่องทางสื่อโซเชียลหลายแห่งควบคู่กัน

เช่น การเปิดเพจใน Facebook หรือเปิด Instagram แล้วมีการทำไอจีทีวีเพื่ออัดคลิปสาธิตหรือให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ดึงดูดใจกลุ่มคนเป้าหมาย ซึ่งมักเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบการนำเสนอที่แหวกแนว รวมถึง การเปิด ID Twitter สำหรับใช้ในการประชาสัมพันธ์โปรโมชั่น และทำให้มีผู้คลิกเข้ามาชมข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์มากขึ้น

4. การซื้อพื้นที่โฆษณาหรือ Google Ads

จะมีการจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ Google ตามอัตราที่กำหนด ทำให้เพิ่มโอกาสในการเห็นเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น เป็นเทคนิคที่นิยมมากโดยแบรนด์สินค้าดัง เพราะมักทำให้เพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถซื้อโฆษณาใน Facebook และ Instagram ซึ่งสามารถกำหนดลักษณะของกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น ช่วงอายุ เพศ ภูมิลำเนา ภาษาที่ใช้ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จในยุค 2019 ที่คนทำเว็บควรรู้ ทุกเทคนิคที่กล่าวมานั้น หากเริ่มทำเสียแต่วันนี้ และทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ย่อมทำให้เว็บไซต์ประสบผลสำเร็จเป็นที่รู้จัก และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจได้

วิธีทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จ คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องอ่าน

Share

แนวทางออกแบบเว็บไซต์ที่คนทำเว็บต้องรู้

แนวทางออกแบบเว็บไซต์ที่คนทำเว็บต้องรู้

เคล็ดลับการออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสำหรับปี 2562 เป็นเรื่องที่คนทำเว็บต้องรู้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคนใช้งานในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคเข้าค้นหาข้อมูลบนหน้าจอสมาร์ทโฟนมากขึ้น เป็นไปไม่ได้เลยที่ทำเว็บโดยไม่ออกแบบให้ตอบสนองต่อการใช้งานบนมือถือ นอกจากนั้นการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ยังพิจารณาคุณสมบัติเรื่องรองรับการใช้งานบนมือถือด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วเว็บไซต์ของคุณอาจหลุดจากอันดับได้ง่าย ๆ

แนวทางการปรับปรุงเว็บไซต์จึงต้องปรับเปลี่ยนใหม่ให้สอดคล้องกับเทรนด์นิยมดังนี้

1.วิเคราะห์ว่าผู้เข้าชมค้นหาอะไรบนมือถือ พฤติกรรมการเข้าใช้เว็บบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนมีความแตกต่างกัน ตรวจสอบว่าผู้ใช้เว็บผ่านมือถือค้นหาอะไรและสนใจหน้าใดเป็นพิเศษ เพื่อให้รู้ว่าควรออกแบบเว็บไซต์แบบไหนดีที่ช่วยให้ดูข้อมูลบนหน้าจอขนาดเล็กได้ง่าย เช่น ถ้าผู้ใช้เว็บต้องข้อมูลเบอร์โทร ให้ทำเมนูแสดงข้อมูลการติดต่อที่ค้นหาเจอง่าย

2.ก่อนสร้างเว็บไซต์ คนทำเว็บต้องวางแผนโครงสร้างให้ดี มีความสวยงามน่าสนใจและใช้งานง่าย ตรวจสอบว่าบทความแสดงผลบนขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันอย่างไร เว็บไซต์ InVision เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ ช่วยสร้างแบบจำลองดูว่าเว็บไซต์ของคุณจะมีหน้าตาอย่างไรและทำงานอย่างไรทำให้ออกแบบได้เร็วขึ้น

3.การออกแบบระบบนำทาง หรือ Navigation เป็นพื้นฐานสำคัญของเว็บไซต์ที่จะนำทางผู้ชมไปยังหน้าเว็บต่าง ๆ ในเว็บไซต์ ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่ต้องการรวดเร็วและง่ายดาย โดยปกติการดูเว็บบนหน้าจอคอมพิวเตอร์จะเห็นลิงก์หน้าสำคัญทั้งหมด แต่บนหน้าจอมือถือขนาดเล็กจะใช้ไอคอนซ่อนเมนูต่าง ๆ ไว้ เรียกว่า Hamburger Icon เป็นสัญลักษณ์ขีดสามขีดซึ่งปกปิดลิงก์ของเว็บไว้ด้านหลัง เมื่อคลิกบนไอคอนจะเปิดเข้าดูเมนูสำคัญบนหน้าจอมือถือและเชื่อมโยงเข้ากับลิงก์ที่เหลือ

4.รูปภาพสวย ๆ บรรยายได้มากกว่าคำพูดและมีบทบาทสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ ควรปรับขนาดภาพให้เหมาะสม รูปภาพควรมีขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับการแสดงผลบนหน้าจอมือถือ แต่ถ้าไฟล์รูปใหญ่เกินไปจะทำให้หน้าเว็บโหลดช้า คนทำเว็บต้องออกแบบให้เว็บไซต์สามารถเปลี่ยนโครงสร้างและขนาดได้ตามอุปกรณ์มือถือโดยเนื้อหาและรูปภาพทุกอย่างเหมือนเดิม ใช้งานลักษณะเป็นคู่ขนานระหว่างมือถือกับเดสก์ท็อป

5.การพัฒนาเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือ ไม่เพียงเน้นการค้นหาบนจอแสดงผลขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังต้องตอบสนองรวดเร็วด้วย หากในเว็บไซต์จำเป็นต้องโฆษณาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์หลัก คนทำเว็บระดับมืออาชีพรู้ว่าผู้บริโภคสมัยนี้รู้สึกหงุดหงิดง่ายเมื่อต้องรอเวลาโหลดนานเกินไป มีแนวโน้มจะกดออกจากเว็บไปเลย ไม่ยอมรอ จึงต้องลบโฆษณาจากออกจากเวอร์ชั่นการใช้งานบนมือถือ เพื่อให้โหลดหน้าเว็บได้เร็ว เพิ่มความสะดวกในการติดต่อและซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ เป้าหมายคือต้องการดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาที่เว็บไซต์ต่อเนื่อง พอใจประสบการณ์แล้วเปลี่ยนจากผู้ชมกลายมาเป็นลูกค้า

แนวทางการปรับปรุงเว็บไซต์จึงต้องปรับเปลี่ยนใหม่

Share