คัดกรองคนทำเว็บดี ธุรกิจออนไลน์มีแต่ก้าวหน้า

ออกแบบเว็บทั้งที เอาให้ดีหน่อย

ทุกวันนี้ร้านค้าออนไลน์อาศัยหน้าเฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ด้วยเหตุผลในเรื่องความสะดวกสบาย เปิดมือถือดูคอมเมนต์ลูกค้า สั่งซื้อ โอนเงิน ตอบข้อความ ทุกอย่างทำผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คง่ายๆ แต่ปัญหาใหม่เริ่มเกิดตั้งแต่เฟซบุ๊กคุมเข้มและเปลี่ยนระบบมาหารายได้กับร้านค้าออนไลน์และแฟนเพจ จนกระทั่งปิดตัวไปก็หลายแห่ง สู้เปิดเว็บไซต์ขายของเป็นกิจจะลักษณะไม่ได้ เว็บไซต์จึงมีความสำคัญกับร้านค้าออนไลน์ ต้องอาศัยคนทำเว็บที่มีฝีมือสร้างเว็บที่ได้มาตรฐาน ดูมีหลักฐานน่าเชื่อถือ ไม่ต้องเกิดอุบัติเหตุปิดตัวไปง่ายๆ เหมือนกับเฟซบุ๊ก เสี่ยงต่อการแฮกข้อมูลน้อยกว่า การแย่งลูกค้าหน้าเพจก็น้อยกว่าด้วย

สำหรับธุรกิจที่ยังไม่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง การเริ่มต้นจากพวกเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ อาจเป็นช่องทางสะดวกสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ หลังจากนั้นควรจ้างทีมคนทำเว็บเพื่อเปิดเว็บไซต์เป็นช่องทางการขายของออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ โดยโปรโมทผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กนั่นเอง ใครเคยเข้าเว็บก็จะรู้ว่าช่องทางค้นหาสินค้าหรือบริการที่สะดวกและครอบคลุมกว่าคือเว็บไซต์ ก็จะตามกันเข้ามาใช้งานเอง เพื่อค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด หลายคนเข้าใจว่าทำไมต้องมีเว็บไซต์ แต่อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือมีความรู้มาก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร กลัวทำออกมาไม่ดีและเสียค่าใช้จ่ายแพงด้วย ควรหันมาปรับทัศนคติใหม่ เพราะการออกแบบเว็บนั้นมีหลายแพ็คเกจ เริ่มจากโครงสร้างเว็บสำเร็จรูปซึ่งใครๆ ก็ใช้กัน มีค่าใช้จ่ายในการดูแลเว็บเพียงไม่กี่ร้อยต่อปี ขอย้ำว่าค่าใช้จ่ายรายปี ซึ่งไม่แพงเลย ใช้งานได้ยาวนานและมั่นคงกว่าเฟซบุ๊กซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโปรโมทเพจเหมือนกัน อยากให้คนเข้ามาดูจำนวนมากก็ต้องจ่ายมาก การทำเว็บไซต์ของตัวเองคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ออกแบบเว็บทั้งที มองให้ถึงหัวใจของกลุ่มลูกค้า

แน่นอนว่าหลายคนยังสงสัยเรื่องความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์บนมือถือ ความจริงทุกวันนี้ คนทำเว็บ เน้นออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้รองรับการแสดงผลบนจอมือถืออยู่แล้ว เพื่อสนองตอบไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียผ่านอุปกรณ์มือถือมากขึ้น จะเปลี่ยนมาเข้าเว็บไซต์ก็สะดวก การค้นหาในเว็บยังทำได้ดีกว่า โดยเฉพาะลูกค้าที่ยังไม่เคยอุดหนุนกันมาก่อนย่อมมองหาความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั้น เปรียบเทียบระหว่างเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ อย่างหลังต้องดูน่าเชื่อถือมากกว่าอยู่แล้ว

สำคัญว่าต้องเลือกทีม คนทำเว็บ ที่มีดุลยพินิจ รู้จักทำการศึกษาธุรกิจแต่ละประเภทเพื่อที่จะออกแบบหน้าเว็บให้สอดคล้องกับธุรกิจนั้นมากที่สุด โดยเฉพาะการใช้งานง่าย ไม่มี Flash มาป่วนทำให้รูปภาพดูเนียนขึ้น ไม่กระตุก ไม่เสียเวลา หน้าเว็บไซต์ดูสวยงามเรียบง่าย หากมีคุณสมบัติเด่นคือโหลดเร็วจะครองใจลูกค้าที่อยากเข้ามาซื้อสินค้ามากที่สุด มีเมนูให้เปิดเข้าดูข้อมูลที่ต้องการง่าย ไม่ใช่จัดทุกอย่างไว้หน้าแรกจนรกตาจะเลื่อนหาอะไรก็ไม่เจอ ยิ่งค้นหาข้อมูลเร็วขึ้นเท่าไร ความต้องการซื้อสินค้าก็ถูกกระตุ้นมากเท่านั้น ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นด้วย ขอเพียงแค่เปิดใจเลือกทีมงานมืออาชีพทำเว็บขายของออนไลน์รับประกันว่าธุรกิจจะโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งแน่นอน

Share

รู้พฤติกรรมผู้ใช้ก่อนออกแบบ

Bad Good Ux

ในเวลานี้ การออกแบบเว็บไซต์นั้นจะไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องของโครงสร้างที่ดูผ่านคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานที่ดูผ่านมือถือสมาร์ทโฟนอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเจ้าเครื่องปัญหาอย่าง tablet ที่นักออกแบบเว็บไซต์จะต้องไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าการออกแบบและสมัยนี้จะต้องมองถึงสามส่วนหลักๆเลยทีเดียว แท้จริงนั้นเราต้องดูให้ขาดก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะเข้ามายังเว็บไซต์ของเรานั้น ส่วนมากมีพฤติกรรมการดูข้อมูลอย่างไร…

ที่ต้องบอกแบบนี้ เพราะปัจจุบันการเข้าเว็บบนมือถือนั้นได้รับความนิยมสูงกว่าการใช้คอมพิวเตอร์เข้าอินเตอร์เน็ต ทำให้เว็บส่วนใหญ่นั้นจะต้องมีการออกแบบเพื่อรองรับมือถือควบคู่ไปด้วย แต่สำหรับการแสดงผลบน tablet นั้น บางเว็บไซต์อาจไม่จำเป็นจะต้องทำรองรับในโครงสร้างแท็บเลทแยกพิเศษไปด้วยเสมอไป อาจจะทำรองรับแค่มือถือและคอมพิวเตอร์ก็พอ เนื่องมาจากเนื้อหาของเว็บไซต์อาจจะไม่ได้ดูรกรุงรังมาก และขนาดของแท็ปเล็ตก็มักจะอ้างอิงกับมือถือเสมอ ทำให้ผู้ที่สามารถเล่นผ่านแท็ปเล็ตก็ยังคงสามารถดูข้อมูลได้อย่างง่ายสบายตา เกือบเทียบเท่าการดูผ่านมือถือ ไม่รู้สึกว่าเนื้อหามีตัวอักษรขนาดเล็กเกินไปจนอ่านลำบาก

หากเราลดการออกแบบส่วนของแท็ปเล็ตออกไปได้ มันจะทำให้นักออกแบบเว็บไซต์ประหยัดเวลาในการพัฒนาโครงสร้างเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานลงไปได้เยอะเลยทีเดียว เพราะการจะออกแบบโครงสร้างแต่ละอุปกรณ์นั้นก็อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ยิ่งรายละเอียดเยอะเท่าไหร่ เวลาออกแบบก็จะเยอะมากขึ้นเท่านั้น

รู้พฤติกรรมผู้ใช้ก่อนออกแบบเว็บ

1 โครงสร้างใช้ร่วมกัน หรือแยกเป็น 2 ถึงจะดี ?

ทางที่แนะนำก็คือเราต้องมองถึงความสำคัญของโครงสร้างเว็บไซต์ของเราว่าเราจำเป็นจะต้องแบ่งเป็นสองส่วนแยกออกจากกันอย่างชัดเจนหรือไม่ หากว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีเนื้อหาข้อมูลที่ไม่ได้เยอะรกรุงรังอะไรนัก อาจจะเขียนโค้ดเพิ่มไปไม่กี่บรรทัดเพื่อให้รองรับการแสดงผลบนมือถือได้อย่างถูกต้องก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่หากเว็บไซต์ของเรานั้นมีการเล่นเกมส์ผ่านหน้าเว็บไซต์ หรือมีการแสดงผลในเชิงระบบทีวีออนไลน์ เพื่อป้องกันการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนของขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน เราควรจะทำหน้าตาเว็บไซต์สำหรับมือถือให้แยกออกมาอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเว็บทำ 2 โครงสร้างมีให้เห็นเยอะ

คงเคยได้เห็นกันว่าบางเว็บไซต์เวลาเข้าผ่านมือถือจะมีให้เลือกว่าจะรับชมผ่านในรูปแบบของโครงสร้างเว็บแบบ PC หรือจะเลือกชมผ่านมือถือนั่นเอง นี่คือสิ่งที่ถูกต้องสำหรับนักออกแบบเว็บไซต์ เมื่อรู้ถึงพฤติกรรมผู้ใช้ส่วนมากเป็นที่เรียบร้อย เราก็เพียงวิเคราะห์โครงสร้างเว็บของเราออกมา เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับชมอย่างสบายตา แค่นี้ผู้ใช้ก็ไม่หนีจากเราไปแล้วถ้าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่ตรงความต้องการของเขาเหล่านั้น

Share

รู้จักกับ SEO และ Content Marketing

Content Marketing

การตลาดเนื้อหา หรือ Content Marketing คือ การใช้เนื้อหาเพื่อดึงดูดผู้ชมให้เข้ามายังเว็บไซต์ รวมทั้งมีประสบการณ์ที่ดีกับเว็บไซต์ด้วย ส่วนคำว่าการทำ SEO บนหน้าเว็บไซต์ คือ การสร้างและปรับแต่งเนื้อหาเพื่อให้เครื่องมือค้นหาสามารถพบเจอได้ง่ายที่สุด ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เป็นสิ่งที่ในยุคปัจจุบันถือว่ามีความสำคัญมากจนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้หากว่าคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จ แต่จะทำอย่างไร ต่อไปนี้คือคำตอบ

เคล็ดลับในการเขียนเนื้อหา SEO ที่ดี

เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มีกฎว่าต้องทำตามรูปแบบเพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีหลักเกณฑ์กำหนดออกมาให้ดีที่สุด นั่นคือสร้างความพึงพอใช้ให้กับเครื่องมือค้นหาหรือ Search Engine

คำหลัก คือ สิ่งที่อธิบายสิ่งที่คุณกำลังทำการตลาดหรือธุรกิจของคุณเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นคำที่เป็นวลีตราบเท่าที่มันสามารถอธิบายถึงความต้องการของเว็บไซต์หรือธุรกิจของคุณทั้งหมด คำหรือวลีที่คุณเลือกเป็นคำหลักควรวางไว้อย่างมีกลยุทธ์ตลอดทั้งบทความเพื่อให้เครื่องมือค้นหาสามารถรับรู้สิ่งที่คุณต้องการจะบอกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด การเลือกคำหลักที่เหมาะสม ควรต้องผ่านการวิจัยคำหลักมาก่อนให้ดีที่สุด เครื่องมือหนึ่งที่เป็นที่นิยม คือ Adword Keyword Tool ซึ่งเป็นเครื่องมือของ Google เลือกคำหลักที่คุณชอบและอธิบายธุรกิจของคุณมากที่สุดจากนั้นใช้กลยุทธ์เหล่านั้นในบทความ

หัวเรื่องและหัวเรื่องย่อย (Heading และ Subheadings) เมื่อได้คำหลักแล้วจากนั้นคุณต้องมีหัวเรื่องและหัวเรื่องย่อยในบทความของคุณ สิ่งเหล่านี้ทำให้บทความง่ายต่อการอ่านและช่วยในการจัดตำแหน่งคำหลัก บทความที่ยาวตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีการแบ่งเป็นย่อหน้าเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับผู้อ่าน ขอแนะนำให้แบ่งหัวเรื่องและหัวเรื่องย่อย ด้วยการแบ่งเป็นย่อหน้าพร้อมคำบรรยายเพื่อการอ่านที่ง่ายสำหรับผู้เข้าชม และเมื่อคุณมีคำหลักแล้วคุณต้องคำนึงถึงตำแหน่งคำหลักด้วย โดยจะต้องถูกใช้ในหัวเรื่อง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำหลักอยู่ในวรรคแรกและวรรคสุดท้ายของบทความ นอกจากนี้คุณควรใส่คำหรือวลีที่เลือกไว้ในหัวข้อย่อยอีกเล็กน้อยด้วย

หลีกเลี่ยงใส่คำหลักมากเกินไป (keyword stuffing) แม้ว่าการใช่คำหลักเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำแต่ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าในบทความไม่ได้ใส่คำหลักไว้มากจนดูผิดปกติ ตามปกติแล้วควรจะอยู่ที่ 2-4 % บทความที่ดี ควรมีคำหลักที่วางไว้อย่างเหมาะสมตลอดบทความ การเขียนเนื้อหาไม่ใข่แค่การคำนึงถึงเรื่อง SEO เท่านั้น แต่บทความในหน้าเว็บควรถูกสร้างขึ้นมาโดยยึดเอาผู้ชมเป็นหลัก เนื้อหาควรตรงประเด็น ไม่เยิ่นเย้อ และตอบสนองความต้องการของผู้ชมได้อย่างรวดเร็วที่สุด ถ้าคุณเขียนบทความ SEO โดยใช้เคล็ดลับเหล่านี้ก็จะมั่นใจได้ว่าจะช่วยให้มีการจัดอันดับที่ดีในผลการค้นหาซึ่งอาจแปลได้ว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือความนิยมสูงสำหรับธุรกิจของคุณ

Share

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Search Engine Optimization

Search Engine Optimization

การทำ SEO เพื่อให้เกิดผล อาจจะต้องใช้หลากหลายปัจจัยร่วมด้วยเสมอ แต่สิ่งที่แน่ชัดก็คือ การทำ SEO นับได้ว่าเป็นกระบวนการรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีผลทำให้เว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์มีจำนวนคนเข้าชมได้มากยิ่งขึ้น หากเป็นไปในลักษณะนี้ นั่นหมายความว่า เว็บไซต์ของคุณ หรือ เว็บเพจของคุณนั้นได้มีการปรากฏขึ้นอยู่ภายใน Search Engine ไปแล้ว แต่ชื่อจะติดอยู่บน Search Engine ได้แบบฟรีๆ หรือต้องเสียเงินก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่หลายคนอาจจะยังคงเข้าใจแบบผิดๆ หรืออาจจะยังคงไม่เข้าใจดี นั่นก็คือ การจ้างให้คนทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ ถือได้ว่าเป็นการทำ SEO แบบฟรีๆ อยู่ เหตุผลที่ว่าเป็นการทำ SEO แบบฟรีๆ เป็นเพราะ คุณไม่ได้เสียเงินให้กับเจ้าของ Search Engine โดยตรง เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นอันดับแต่อย่างใดนั่นเอง นอกจากนี้ยังคงมีเรื่องน่ารู้อีกมากมายที่เกี่ยวกับ SEO ซึ่งคุณอาจจะยังคงไม่รู้ หรือเข้าใจผิดๆ

  • เวลาเราได้ทำการค้นหาคำๆ หนึ่งบน google มักจะมีการแสดงผล SERP หรือ Search Engine Result Page ขึ้นมาให้เราได้พบเห็น ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลลัพธ์ของเว็บไซต์ ที่กำลังขึ้นอันดับภายในหน้านี้โดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่คนส่วนมากพยายามแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น และมีการยอมจ่ายเงินออกไปเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะได้ขึ้นอันดับต้นๆ ภายในคำค้นหาอย่างมากที่สุด
  • สำหรับหลักการของ google ที่ใช้ในการพิจารณาเลือกเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งให้แสดงผลในหน้าแรกนั้น google จะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบรวมหลายต่อหลายอย่าง อย่างเช่น การเคลื่อนไหวของเว็บไซต์นั้นๆ , การปรับแต่งเว็บไซต์ , เว็บไซต์มีการจัดทำคอนเทนต์อย่างไร, หรือมีการโปรโมทอย่างไร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลในการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ทั้งนั้น ซึ่งเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพ ย่อมสามารถขึ้นหน้าแรกของ google ได้โดยง่าย
  • ไม่ว่าคุณจะสร้างเว็บไซต์ในรูปแบบไหนก็ตาม SEO กับเว็บไซต์ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันเสมอ
  • ถ้าหากใครต้องการที่จะบุกตลาดจีนโดยใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องนำทาง สิ่งที่พวกเขาจะขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด นั่นก็คือ การทำ SEO ไปที่ Baidu.com เพื่อให้เว็บไซต์ได้อยู่ใน Search Engine อันดับต้นๆ ของจีนได้อย่างแน่นอน

สิ่งเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นเพียงแค่เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ SEO ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะเรื่องน่ารู้ของ SEO หรือนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ที่อยู่ในวงการการจัดทำเว็บไซต์ หรือวงการ SEO ควรรู้และควรศึกษายังคงมีอยู่อีกมากมาย ซึ่งเรื่องราวของ SEO นั้น เปรียบเสมือนเป็นโลกใบใหญ่ใบหนึ่ง ที่ประกอบไปด้วยความรู้อย่างมากมายเลยทีเดียว

Share

4 ความรู้ SEO ที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันผิด

4 ความรู้ SEO ที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันผิด

หลายเรื่องเกี่ยวกับความรู้ SEO ที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดกันเป็นจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนทำ SEO มือใหม่ก็ตาม ก็ยังคงมีความเข้าใจผิดกับบางเรื่องที่มีความสำคัญ ถึงขั้นขนาดแบบที่ว่ามองกันแบบคนละมุม บางครั้งก็ยังคงพบเจอผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการทำ SEO อยู่แล้ว ก็ยังคงเข้าใจผิดในบางเรื่องอีกเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO นั้น วันนี้เรามีมาให้ศึกษากันค่ะ

1.การสร้าง Backlinks มีความสำคัญอย่างมากที่สุด

ความรู้ SEO ข้อแรกที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด นั่นก็คือ การทำ SEO สำคัญที่ Backlink ถึงแม้ว่าการทำแบคลิงค์จะดูมีคุณค่าเป็นอย่างมาก แต่การที่เราจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้แบคลิงก์มานั้น กลับไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม เพราะนักท่องเว็บส่วนใหญ่มักจะไม่ชื่นชอบ นั่นก็คือ การสแปม นั่นเอง

2.เว็บไซต์ที่อยู่หน้าแรก นั่นก็คือเว็บที่ดีและมีคุณภาพที่สุด

อีกหนึ่งความรู้ SEO ที่คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิด นั่นก็คือ พวกเขามักจะเข้าใจกันว่า เว็บไซต์ที่ติดอยู่หน้าแรก ๆ คือเว็บไซต์ที่ดีที่สุด และ มีคุณภาพที่สุด ซึ่งความเชื่อนี้ถือได้ว่าเป็นความเชื่อแบบผิด ๆ เพราะเว็บไซต์ที่ติดอันดับ 1 ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ค้นหาเสมอไป ซึ่งเว็บไซต์ธรรมดา หากมีการปรับแต่งอย่างเต็มที่แล้ว ก็อาจจะติดอยู่หน้าแรกของกูเกิลได้เช่นเดียวกัน

3.มีความเชื่อว่า หากสร้างเว็บได้ดี ย่อมมีอันดับ

สำหรับความเชื่อที่ว่า หากสร้างเว็บให้ดี ย่อมมีอันดับ ถือได้ว่าเป็นความเชื่อแบบผิด ๆ อีกหนึ่งความเชื่อ ซึ่งการสร้างเว็บไซต์ที่ดี จำเป็นจะต้องทำควบคู่ไปกับการทำ SEO และ การทำ SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นจะต้องอาศัยเว็บไซต์ที่มีพื้นฐานดีร่วมด้วย และนี่ก็คืออีกหนึ่งความรู้เรื่อง SEO ที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดกันนั่นเอง

4.มีความเชื่อที่ว่า การทำ SEO ต้องไม่พักและไม่หยุดหย่อน

หลายคนมีความเชื่อที่ว่า การทำ SEO จะต้องทำให้ได้ตลอดเวลา และห้ามหยุดทำเป็นอันขาด เพราะอันดับจะลดฮวบทันที ซึ่งในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นความเชื่อที่ผิด และสำหรับความรู้ SEO เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ ผู้ทำ SEO เป็น มักจะรู้และเข้าใจช่วงเวลาและจุดที่จะต้องทำ เปรียบเสมือนกับต้นไม้ หากเราใส่ปุ๋ยมากเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่อต้นไม้มากกว่าส่งผลดี นั่นเอง

หลายความคิด หลายความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ SEO ที่คนส่วนใหญ่ยังคงเข้าใจผิดอยู่ ถือได้ว่ายังคงมีอีกหลากหลายเรื่องนอกเหนือจากที่เราได้กล่าวถึงในข้างต้น ทางที่ดีผู้ที่สนใจอยากจะทำ SEO จริง ๆ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่คุณจะได้ปรับแต่งความคิด และเปลี่ยนความคิดที่ผิดให้กลายเป็นถูกได้ในที่สุด

Share

แหล่งหาปลั๊กอินดีๆ สำหรับทำ SEO เขาหากันที่ไหน ?

Plugin

สำหรับการหาเครื่องมือสำหรับทำ SEO หรือหาปลั๊กอินดีๆมาใช้งานนั้นส่วนมาก็จะหาจากเว็บไซด์ต่างประเทศเป็นหลัก เว็บยอดฮิตคือ codecanyon.com และจากผู้ให้บริการที่เราใช้งานเช่น wordpress , blogger เป็นต้นซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราใช้งานอันไหนนั่นเอง และมีบ้างที่หาจากเว็บอื่นๆแต่สามารถนำมาใช้งานได้ การใช้ปลั๊กอินนั้นก็เพื่อตอบสนองต่อการทำอันดับ SEO ซึ่งบรรดาปลั๊กอินเหล่านี้จะทำให้การทำ SEO ง่ายชึ้น เช่น WordPress SEO by Yoast เป็นปลั๊กอินยอดฮิตสำหรับคนทำ SEO ก็ว่าได้

มันมีความสะดวกในการติดตั้ง การใช้งานและเด่นในเรื่องการตรวจบทความที่จะอัพเดทในเว็บมันจะตรวจในส่วนต่างๆของ บทความ ที่รู้จักกันในนามปลั๊กอินไฟเขียวไฟแดง ซึ่งมันจะเป็นตัวช่วยให้เราใส่คีย์เวิร์ดในจุดต่างๆได้ถูกต้อง เช็คความหนาแน่นของคีย์เวิร์ด ตั้งแต่หัวเรื่องจนถึงท้ายเรื่อง ซึ่งการใช้ปลั๊กอินตัวนี้จะทำให้บทความนั้นถูกหลัก SEO การใส่คีย์เวิร์ดถูกหลัก SEO และช่วยให้ถูกค้นหาได้ดีขึ้นอันดับดีขึ้น และการใช้ปลั๊กอินตัวนี้ง่ายสุดและหากบทความนั้นไฟเขียวทั้งหมดคือผ่านจำง่ายๆแค่นี้ นอกจากนี้ ยังมี All in one seo pack เป็นอีกตัวที่นิยมใช้มากและใช้มาก่อน WordPress SEO by Yoast ด้วย และการใช้งานก็ไม่ยากติดตั้งสะดวกและเหมาะกับการใช้งานทั้งมือใหม่มือเก่า

นอกจากปลั๊กอินที่แนะนำสองตัวนี้ก็จะมีตัวอื่นๆที่สามารถใช้งานออนไลน์ได้หรือติดตั้งจากส่วนเสริมบราวเซอร์ เช่น seo quake และการใช้ปลั๊กอินออนไลน์ตามเว็บที่ให้บริการสำหรับ SEO ซึ่งมีหลากหลาย แต่มันไม่ใช่แค่เรามีปลั๊กอินดีๆ แล้วอันดับจะดี มันขึ้นอยู่กับส่วนอื่นๆและคุณภาพของเว็บด้วย และการใช้ปลั๊กอินก็ทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้นทำ SEOได้ง่ายขึ้นหากให้ไล่ลำดับความสำคัญว่าอะไรที่จะทำให้ SEO ของเราติดอันดับคงต้องไล่จากอายุโดเมน การเลือกโดเมน การเลือกโฮส การตั้งชื่อโดเมน ชื่อเว็บให้สอดคล้องกับคีย์เวิร์ดหรือใช้คีย์เวิร์หลัก

มีปลั๊กอินดี ใช่ว่าทำอันดับดีเสมอไป

ส่วนอื่นๆที่สำคัญก็อย่างเช่น ธีม การอัพเดทข้อมูล การติดตั้งเครื่องมือเสริม การวิเคราะห์เว็บไซด์ และอื่นๆที่บอกเลยว่าทำ SEO นี่จุกจิกมากๆ ต้องใส่ใจรายละเอียดต่างๆ ต้องวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์เว็บคู่แข่ง ครีเอทคีย์เวิร์ด การทำบทความให้ได้คุณภาพ และอีกสารพัดที่บอกเลยว่าหลายคนท้อเพราะแบบนี้ ดังนั้นหากสนใจและตั้งใจจะทำ SEO ต้องมีความอดทนแลหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆมาใช้งานและต้องมีการปรับปรุงเว็บไซด์ให้เข้ากับปัจจุบันหรือเข้ากับการอัพเดทของ google ด้วย

SEO plugin wordpress

Share

บทความแบบไหนที่ SEO ต้องการ

บทความ SEO

การเพิ่มค่าสถิติต่างๆใน Google Webmaster Tools และ Google Analyticsที่นัก SEO ทั้งหลายต่างให้ความสนใจก็คือการนำเสนอบทความที่น่าสนใจ และมีเนื้อหาครบถ้วน ถูกต้องในเรื่องที่ต้องการนำเสนอContent ต้องมีความสดใหม่ และมีประโยชน์กับผู้อ่าน เพื่อสร้างความต่อเนื่องของจำนวนคนที่เข้ามายังเว็บไซต์แม้ปัจจุบัน Google จะมีการพัฒนาระบบให้ก้าวหน้าแค่ไหน หรือปรับปรุง อัลกอริทึ่ม ไปอย่างไร บทความที่มีคุณภาพและยูนีค ก็ยังคงเป็นอันดับแรก ที่ Google เลือกอยู่เสมอ

บทความแบบไหนที่ SEO ต้องการ?

  • บทความคุณภาพ ให้ความรู้ ไม่ซ้ำใคร เป็นที่ต้องการของคนทำ SEO และ Google อยู่ตลอดมา เพราะช่วยสร้างสังคมออนไลน์ให้มีความรู้มากขึ้น
  • บทความควรมีความน่าสนใจตั้งแต่หัวข้อ ยันเนื้อหา หากหัวข้อไม่น่าสนใจ คนก็ไม่อยากอ่าน และหากหัวข้อน่าสนใจ แต่เนื้อหาไม่มีอะไรเลย คนก็เลิกอ่านได้เช่นกัน
  • ผู้อ่านคือคนที่สำคัญเสมอ เราต้องเน้นบทความที่ตรงต่อความต้องการของผู้อ่าน มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ถูกต้อง เนื้อหาครบถ้วน เพื่อที่จะทำให้ผู้อ่านอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ และนำบทความของเราเผยแพร่ออกไปอย่างแพร่หลายอีกด้วย
  • ความเข้าใจง่าย ถูกต้อง ของเนื้อหา ช่วยให้บทความน่าอ่าน และน่าติดตาม
  • บทความที่จะช่วยสนับสนุน SEO ต้องแทรกคีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มากเกินไป และไม่ทำให้อรรถรสในการอ่านบทความสะดุด และเข้ากับบทความได้ไม่โดดออกจากเนื้อหา
  • เนื้อหาของบทความ ต้องเข้ากับเว็บไซต์ที่เราต้องการนำเสนอ และมีความรู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพราะนอกจากจะได้คนอ่านหลักเป็นลูกค้าประจำ ก็อาจจะได้ผู้อ่านเนื้อหาใกล้เคียงมาเป็นลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย
    บทความอย่างเดียวก็ไม่อาจดึงดูดได้เท่าที่ควร ควรจะเพิ่มสิ่งที่น่าสนใจอย่างรูปภาพ วิดีโอ ที่เกี่ยวข้อง ลงไปในบทความด้วย แต่ก็ไม่ควรใส่มากเกินไปจนลายตา เพราะอาจทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจในเนื้อหาก็ได้
  • บทความต้องไม่มีความสั้นน้อยเกินไป หรือความยาวมากเกินไป ควรทำให้แบบพอดี ถ้าคิดว่าบทความเริ่มจะยาวไป ก็อาจจะมีการเพิ่มลิงค์ภายในเว็บ เพื่อนำไปสู่การอ่านในหัวข้อที่เกี่ยวข้องบทต่อไป วิธีนี้ นอกจากจะทำให้บทความดูน่าติดตามแล้ว ยังเพิ่มการเข้าถึงของเว็บไซต์ไปยังหน้าย่อยต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ซึ่งแบบนี้ Google ก็ชอบนักล่ะ
  • โซเชี่ยลกับการตลาดปัจจุบันสำคัญมาก SEO จำเป็นต้องใช้สื่อโซเชี่ยลช่วย ควรมีปุ่มแชร์ไปยังโซเชี่ยล หรือโพสต์บทความลงสื่อโซเชี่ยลบ้าง เพื่อเพิ่มฐานคนเข้าอ่านบทความเหล่านั้น

การทำ SEO โดยใช้บทความเป็นหลัก จำเป็นต้องเข้าใจการเขียนบทความด้วย ถึงจะทำให้ SEO นั้นมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั่นเอง

แนวคิด SEO

Share

คนทำ SEO ต้องไม่หยุดหาความรู้

SEO Success

คนทำ SEO ต้องไม่หยุดหาความรู้

คนทำ SEO ต้องไม่หยุดหาความรู้

สำหรับคนทำงานสาย SEO จะว่าไปก็เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ ที่ต้องค้นคว้าหาข้อมูล และทดลองแนวทางใหม่ๆ เพราะ SEO ไม่มีสูตรตายตัว ไม่มีวิธีไหนวิธีเดียวที่จะทำให้การทำ SEO ประสบความสำเร็จได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะการทำ SEO มีหลายแนวทางมีปัจจัยภายนอกภายในเว็บไซด์เป็นตัวแปรในการขึ้นลงของอันดับ อย่างที่เรารู้ๆกันดีว่าการทำ SEO นั้นมันต้องผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย และยิ่งเป็นการทำ SEO กับ google ด้วยแล้วมันก็เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องค้นคว้าทดลองอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

คนทำ SEO ต้องไม่หยุดหาความรู้

เพราะการทำ SEO นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและแนวทางไปตามเอนจิ้นต่างๆ

เช่น google ที่จะมีการปรับปรุงระบบแทบจะตลอดเวลาและจะมีการปรับครั้งใหญ่ๆ ในแต่ละปีหลายครั้งและมันส่งผลกับการทำ SEO ด้วยทุกครั้งเช่น อันดับขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ยอดคลิ๊กยอดวิวหาย และอื่นๆที่ส่งผลตามมา ดังนั้นคนทำ SEO ก็ต้องหาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งเพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการทำ SEO แม้ว่าแพทเทิร์นหลักๆของการทำ SEO ที่นิยมใช้กันจะมีไม่กี่แนวทาง แต่ทุกทางมันก็ไม่ได้ผลกับทุกๆ เว็บไซด์ และมันจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นในกลุ่มสังคมออนไลน์ หรือเว็บบอร์ดคนทำ SEO เราจึงเห็นการแนะนำแนวทางต่างๆ การแจ้งข่าวสารข้อมูลใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกันตลอดเวลาเพื่อให้คนทำ SEO ได้รู้เท่ากันและปรับ แนวทางการทำ SEO ให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลง

SEO Success

แหล่งศึกษาข้อมูลการทำ SEO นั้นก็มีความหลากหลายเช่น

การอบรมคอร์สต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การหาข้อมูลจากต่างประเทศ หรือ การแบ่งปันความรู้จากคนในวงการเดียวกัน เพราะอย่างที่บอกการทำ SEO ไม่มีอะไรตายตัวบางคนใช้การทำ BL แล้วได้ผลแต่บางคนก็ไม่ได้ผล บางคนเน้นคีย์เวิร์ดแล้วอันดับขึ้น บางคนก็ปั่นไม่ขึ้น สุดท้ายก็ต้องหาแนวทางอื่นๆมาเสริมการทำ SEO ให้กับเว็บไซด์ที่รับผิดชอบดูแล และแม้แต่การทำเว็บไซด์เองการเลือกธีม การติดตั้งส่วนเสริมต่างๆ ก็ต้องสอดคล้องกับการทำ SEO การนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ก็มีผลกับการทำ SEO ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคนทำ SEO ไม่หมั่นศึกษาข้อมูล ไม่หาแนวทางใหม่ๆ ก็จะมาบ่นกันว่ามันตัน หรือ google ปรับโน่นนี่รับมือไม่ถูก ซึ่งหากขยันหาข้อมูลปัญหาเหล่านี้ไม่เกิดแน่ๆ ดังนั้นหากอยากทำ SEO ให้ประสบผลสำเร็จก็ต้องทดลองทำ ทดลองปรับแนวทาง ใช้การประยุกต์ผสมผสานแนวทางต่างๆ เข้าด้วยกันรับรองว่าจะสามารถทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จในแบบที่ต้องการได้แน่นอน

สิ่งสำคัญคือ อย่าอายที่จะถามคนที่รู้มากกว่า หรือ อย่างหวงวิชาที่จะแนะนำให้ผู้ด้อยประสบการณ์ เพราะอย่างที่บอกไว้เสมอๆ ว่า SEO ไม่มีอะไรตายตัวนั่นเอง การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารจะทำให้วงการ SEO ไปได้ไกลและคนทำก็จะได้ความรู้มากขึ้นด้วย

Share

ถ้าเริ่มคิดไม่ออกหยุดพัก SEO แล้วหาแนวทางใหม่ๆดีกว่า

Google กับ SEO

บางครั้งในการทำ SEO บ่อยครั้งที่เราอาจจะรู้สึกสมองตันอื้อ คิดอะไรไม่ออกเต็มไปหมด ทำเท่าไหร่ก็อันดับไม่ขึ้นสักทีจนบางทีรู้สึกว่ามีแต่ขาดทุนไม่ได้กำไรเลย ทั้งนี้ อาจจะมาจากหลายปัจจัยทั้งในส่วนของอันกอริทึมที่มีการอัพเดทและในส่วนของความเข้าใจในการทำ SEO ในแต่ละช่วง ในเวลาต่างๆของเราเองด้วย เรามีการศึกษาข้อมูลติดตามข่าวสารมากมายแค่ไหนในวงการนี้ ต้องเข้าใจว่า Google มีการอัพเดทเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราไม่สามารถที่จะควบคุมอันดับเว็บไซต์ของเราให้คงที่อย่างต่อเนื่องหากปราศจากการเรียนรู้และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกการจัดอันดับ บางครั้งการที่จะมานั่งหมกมุ่นเรื่องเหล่านี้อาจเสียเวลาปล่าว หากเรามัวแต่หมกมุ่นไปติดมากเกินไป ยึดติดกับความคิดเดิมๆ วิธีการเดิมๆ โอกาสที่ Rank ของเราจะดีขึ้นกว่าเก่าก็จะเป็นไปได้ยาก เพราะ Google คำนึงจากพื้นฐานพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก

สิ่งที่ควรทำมากที่สุดในเวลาที่ทำแล้วอันดับไม่ขึ้น คือการพักแล้วไตร่ตรองหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง มองว่าธรรมชาติแล้วหากเราเป็นผู้ให้บริการเว็บค้นหาอย่าง Google เราอยากจะทำผลการจัดอันดับมาด้วยปัจจัยอะไรบ้าง เว็บไซต์ไหนที่ควรจะมีอันดับที่ดีและเราจะคำนวณมาอย่างไรว่าเว็บไซต์นั้นมันดีจริง ข้อมูลเหล่านี้เราลองคิดแทนเปรียบเสมือนว่าเราเป็นเจ้าของผู้ให้บริการเว็บค้นหา บางทีอาจจะไม่ต้องมานั่งดูทฤษฎีด้านของเอสอีโอที่มีกูรูทั้งหลายมาคอยาอนก็ได้ เพราะเหล่ากูรูเหล่านั้นก็เป็นเพียงการคาดเดาจากสถิติ การคาดคะเนมาทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้ข้อมูลเท็จจริงจากผลการคำนวณโดยระบบค้นหานอกจากทางผู้ให้บริการค้นหาเอง หากเรามีความคิดที่ถูกต้องตรงกับผู้ให้บริการค้นหาคิด โอกาสทำเว็บไซต์ให้อันดับดีๆก็อาจจะไม่ยากเกินกำลังอีกต่อไป

928bet.net

กลุ่มตลาดเว็บไซต์ที่น่าปวดหัวคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของเว็บ 928bet และกลุ่มพนันอื่นๆ หรือกลุ่มเว็บบอล หรือกลุ่มเว็บดูหนัง กลุ่มเหล่านี้ถึงจะเป็นเว็บที่สุ่มเสี่ยงกฎหมายแต่ก็มีปริมาณคู่แข่งค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่าแข่งกันไม่รู้จักจบสิ้นเลย เหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก แต่หากเราทำแล้วขึ้นเงินมหาศาลก็รอคอยเราอยู่ในตลาดกลุ่มนี้ หากพักใจจากความปวดหัวเรื่องของอันดับเว็บไซต์มามากแล้ว อาจจะลองเริ่มในเว็บที่มีคู่แข่งเยอะมีการแข่งขันสูงอย่างกลุ่มเว็บตระกูลพนัน เว็บตระกูล bet เหล่านี้ก็ได้

Share

การทำ SEO ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

SEO Success

ถึงแม้ว่าปัจจุบันคนจะนิยมมีการค้นหาผ่านเว็บไซต์ YouTube เว็บไซต์ Facebook หรือผ่านระบบเสิร์ชเอนจิ้นอย่างอื่นมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี Google เองยังคงครองอันดับหนึ่งของผลการค้นหาทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องทำให้นักทำ SEO ส่วนใหญ่จะถอดใจเร็วไม่ได้ บางคนอาจจะคิดว่าโลกเปลี่ยนเราก็ควรจะเปลี่ยนโดยการไม่ทำ SEO แต่เปลี่ยนการหารายได้ทางอื่นแทนซึ่งอนาคตอาจจะเป็นแบบนั้นหรืออาจจะไม่เป็นก็ได้ เราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ในอนาคตเรารู้เพียงแค่ว่าในปัจจุบันนัก SEO สามารถทำเงินให้กับเราได้ดีอยู่เสมอสำหรับคนที่สามารถทำเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของ Google ได้นั่นเอง

ปัญหาก็คือในแต่ละช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงไป อัลกอริทึ่มก็จะมีตัวประมวลการค้นหาจัดอันดับที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้สิ่งที่เราทำได้คือการทดลองและนำวิธีที่ได้ผลมาใช้อยู่อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าการจัดอันดับจะมีทฤษฎีตายตัวในระบบของ Google ก็ตาม แต่มันเปลี่ยนไปตลอด ทำให้นักทำอันดับอย่างเราต้องเรียกว่าไม่มีระบบตายตัวเพราะเราไม่สามารถรู้ข้อมูลความลับของบริษัท Google เกี่ยวกับอันดับการจัดผลการค้นหาได้อยู่ตลอดเวลา ถึงบางครั้งจะมีข้อมูลหลุดรอดมาบ้าง แต่เมื่อมีการอัพเดท ข้อมูลเหล่านั้นก็อาจจะไม่สามารถใช้ได้อีกในปัจจุบันนั่นเอง นี่คือเทคนิคในการใช้ชีวิตในอาชีพ SEO ให้อยู่ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน หากใครที่ไม่ยอมเรียนรู้สม่ำเสมอ โอกาสจะขาดทุนหรือต้องอำลาวงการก็มีสูง

Bing Baidu Ask อีกกลุ่มเว็บค้นหาที่มีผู้ใช้งานจริง

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการทำอันดับใน Google นั้นคือการทดลองผิดลองถูกในการทำอันดับของผลการค้นหารายอื่น อาทิเช่น Baidu, Yahoo ,Bing , Ask ซึ่งรายชื่อเว็บเหล่านี้ถึงแม้จะไม่มีผลการค้นหาจากผู้ใช้งานเยอะเท่า Google แต่หากเรารู้กลไกการจัดอันดับของค่ายไหนสักค่ายหนึ่ง มันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะเพิ่มปริมาณลูกค้าให้เข้ามาเห็นเว็บไซต์เราได้มายิ่งขึ้นนั่นเอง โดยเฉพาะ Bing และ Baidu สองเจ้านี้มีปริมาณค้นหาในต่างประเทศค่อนข้างสูง เราลองดูจำนวนกลุ่มลูกค้าตลาดของเราว่ามีการค้นหาผ่านเว็บเหล่านี้หรือไม่ ถ้ามีก็แนะนำให้ทดลองทำ แต่ถ้าไม่มีจะพยายามหาวิธีทำอันดับใน Google อย่างเดียวก็ไม่มีปัญหา

Share